ฟิครั่วๆที่เขียนต่อ

posted on 22 Apr 2009 18:33 by matamune

Fiction: รั่วๆ (2)

Author: J-Riddle, Shinta.C

ฟิ้วววว~~~

แล้วร่างของพี่จิ้งก็ลอยละลิ่วไปตามแรงลมเมื่อหมัดน้อยๆ ที่แรงไม่น้อยของกรฉวงซัดเข้าเต็มเป้าเล่นเอาคนที่ยืนมองจุกจนพูดไม่ออกเหมือนโดนต่อยเสียเอง "หนอยยย" พี่จิ้งที่ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นมาจากพื้นกัดฟันพูด เขาลุกขึ้นมาพลางยกมือปัดฝุ่นดินออกจากเสื้อผ้าก่อนเอ่ยต่อ "ถือว่าอ่อนให้ละกันกรเอ๋ย~ เพราะถ้าผมเอาจริงกรไม่มีทางสู้ผมได้หรอกต่อให้ฟิวชั่นร่างกับเครสด้วย"

เกิดภาวะเงียบขึ้นมาชั่วครู่กับคำกล่าวของผู้อาวุโส (ศัพท์เกรียนมันหลุดมาจากไหนฟะเนี่ย - -)

"ทรายว่าอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย" ทรายเอ่ยขึ้นเพื่อตัดบทคนทั้งสองขณะที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ทรายจึงเอ่ยต่อ "ตกลงเมื่อกี้พี่จิ้งว่าอาม่า...เออ...เรอะ เขาว่าไงมั่งอ่ะ" ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าทรายรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่ต้องพูดคำว่า 'อาม่า' กับพี่จิ้ง

"อ๋อ คืออาม่าพี่ปีนไปเก็บยอดชาเขียว" พี่จิ้งเอ่ยเข้าบทสนทนาในหัวข้อเดิมพลางทำไม้ทำมือประกอบ  "แล้วพวกเรารู้ไหมว่าอาม่าพี่เจอใคร?"

"เจอคุณยายลูซี่มั้งพี่" หลินที่อยู่ไม่ไกลเอ่ยบอก "อาม่าพี่คงเห็นคุณยายลูซี่วัยใกล้เคียงกัน"

"นั่นก็ใช่ แต่... เว้ย!!! เดี๋ยวเดะ!!! ใครขัดนะพ่อเตะผ่าหมาก" พี่จิ้งเกิดอารมณ์มีน้ำโห "คืออาม่าพี่เจออเล็กซ์กับโทนี่"

"ว่าไงนะ!!!" ทุกคนประสานเสียงกัน พี่จิ้งทำท่ากอดอกอมยิ้มเล็กน้อยราวกับตนเป็นผู้ค้นพบความลับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก "งั้นเฟริสของหลินก็มาด้วยนะสิ" น้ำเสียงปลาบปลื้มแววตาเปี่ยมไปด้วยความรักของหลิน เครสและเมเริ่มต้นขึ้น "งั้นไม่แน่นะ โนอาร์อาจจะมาด้วยก็ได้..." ทรายบอกแล้วออกอาการเขินทุบอกเจดังพลั่กๆ "เอ่อใช่ๆ แค่กๆๆ โนอาร์ของทรายต้องมาอยู่แล้ว..." เจตอบพลางคลึงอกตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

กรฉวง...หนุ่มน้อยหน้ามนนั่งมองสาวๆ ที่ตะโกนโหวกเหวกโวยวายถึงหนุ่มๆจากไวท์โรดคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างเบื่อหน่าย พลางถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะเสไปมองพี่จิ้งที่ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างต่อ แต่ ณ ตอนนี้... สาวแต่ละคนก็หาได้สนใจไม่

"เฮ้ย!!! ฟังผมเดี๋ยวเดะ!!!" พี่จิ้งประกาศศักดิ์ดาก่อนที่เสียงและบทสนทนาของสาวๆจะค่อยๆเงียบลง สายตาวาววับหันมาจับจ้องที่เขาเป็นตาเดียว ความมาดมั่นเมื่อกี้เลยกลายเป็นอาการฝ่อขึ้นมาแทน "เออ...แหะๆๆๆ คือผมจะบอกว่า...พอลน่าจะมาด้วย" เท่านี้พี่จิ้งก็ได้ยืนยันข้อสันนิษฐานในใจกรออกมาเรียบร้อยแล้ว

"มันจะมาทำไมอ่ะพี่" หลายเสียงเอ่ยปากถาม แถมหลินยังทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ "ยึดโลกมั้งศรีภรรยา" เจเอ่ยขึ้นพลางกอดอก ทำหน้าตาใช้ความคิด เอามือซ้ายขึ้นมาลูบคางตนเองแล้วยิ้มแบบชวนไม่น่าไว้ใจ "ไม่หรอก คงจะหลงมิติมามากกว่ามั้ง" เครสเอ่ยกรณีที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด "เมก็ว่าเมเห็นด้วยกับเครสนะ"

"เป็นไปได้ไหมที่พวกโทนี่ อเล็กซ์ รีเมียส เฟริส แล้วก็โนอาร์ของทรายอาจจะมาตามหาพอลก็ได้" นี่ก็เป็นอีกทฤษฎีที่เป็นไปได้ "แต่เดี๋ยวๆก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุปกันสิทุกคน เรายังไม่รู้เลยว่าใครมาแต่ที่แน่ๆ คือ อเล็กซ์กับโทนี่มา และผมฟันธงเลยว่าไอ้พอลมันก็ต้องมาแน่ๆ และอยู่ไม่ไกลจากพวกเราด้วย เพราะเมื่อคืนผมตากระตุกตลอดคืนเลย มันต้องเป็นซิกเซ้นส์ของผมชัวร์ๆ" พี่จิ้งแย้ง และยังคงออกอาการเคร่งเครียดพลางใช้มือกดที่ขมับ

"งั้นผมว่า พอลคงมาตามหารักแท้มั้งพี่" กรฉวงเอ่ยปิดท้ายก่อนที่สายตาทุกคู่จะจับจ้องไปยังพี่จิ้งที่ยืนนิ่งทำหน้าเหวอไปเรียบร้อยแล้ว

"มาหาคนรักทำขิงอ่ะดิ๊" พี่จิ้งแทรก "พี่ว่ามันคงมาทำลายกลุ่มนักอ่านที่แอนตี้มันมากกว่า" พี่จิ้งขบฟันกรอดๆ "แน่ใจเรอะพี่จิ้ง แต่ผมว่าถ้าเขาจะมาอย่างงั้น คงมาหาพี่คนเดียวแหละ ก็พี่ประกาศตัวเป็นศัตรูเขาตั้งแต่เล่มแรกเลยนี่นา นี่ขนาดพี่ป๊อบแกเขียนจบแล้วนะ" กรพูดทำให้ทุกคนต่างพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย แล้วเมก็เสนอว่าถ้าอย่างงั้น เราทุกคนก็ควรจะระดมสมองว่าจะรับมือกับพวกนั้นยังไงดี

"เราว่านะเม เอาอาวุธครบมือพวกจอบเสียมไปจับอเล็กซ์กะโทนี่แล้วมาทรมานให้คายความลับก่อนดีป่ะ" หลินบอกพร้อมกับถูมือนึกถึงความสุขเวลาที่ได้ทรมานพวกนั้น "แล้วถ้ามันไม่บอกโดยดีนะ พี่จะใช้ไม้ตายจั๊กเดียมจัดการมัน" เสียงพี่จิ้งพูดด้วยความอาฆาตมาดร้ายสุดๆ แถมโชว์ทัณฑ์นรกจั๊กเดียมให้ดูเป็นแซมเปิ้ล

"แต่เครสว่านะ เราควรจะรอให้ทุกคนมาพร้อมดีกว่า น้องๆก็ยังมาไม่ถึง แล้วพวกเราอีก เฮ้อ....แล้วนี่ไอ้หมากับพอลบีแล้วก็พี่เอหายหัวไปไหนเนี่ย" เครสว่าพลางกวาดสายตามองหาสามคนนั้น แต่ทุกคนก็ส่ายหัวบอกไม่รู้ไม่เห็น

ยกเว้นพี่จิ้งคนเดียวที่หัวเราะ หึหึ บอกว่า "พอดีคืนนี้อาหารมันไม่พอ พี่เลยให้สามคนนั้นไปส่องกบ แล้วก็ล่ากะปอมมากินเป็นมื้อเย็นไง เดี๋ยวพวกน้องๆมาถึงพี่จะได้เลี้ยงต้อนรับแบบต้นตำรับ" พี่จิ้งบอกแล้วยิ้มแบบหน้าชื่นตาบาน ทำเอาทุกคนเบือนหน้าหนี

ทรายทรุดลงไปนั่ง ทำหน้าเขียวแล้วบอกเมว่า "พี่ไม่ไหวแล้ว พี่ปวดตับ ปวดม้าม ปวดลำไส้ จะอ้วกกกกแล้ว" เฮ่อ - - ทุกคนได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะพูดไงกับพี่จิ้งดี ทิ้งให้พี่จิ้งจมอยู่กับความคิดเรื่องของพอล

"เอาเป็นว่าพวกเราต้องเตรียมรับมือ ผมบอกได้แค่ว่านี่เป็นถิ่นผม ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำลาย มันชักไม่ชอบมาพากลแล้วที่เกิดเรื่องแบบนี้....ในหมู่บ้านหนองประ..."

"แย่แล้วพี่~~~!!!!!!!" เสียงตะโกนดังขึ้นขัดจังหวะมาจากปลายนาพร้อมการปรากฏตัวของไอ้หมาซุย น้องน้อยของเครส พอลบี แล้วพี่เอที่เพิ่งกลับมาจากการส่องกบ ทุกคนมองเห็นสภาพสามคนนั้นแล้วได้แต่ยืนอึ้งตะลึง ขี้โคลนเลอะเต็มเสื้อ ทั้งหน้า ทั้งผม บอกได้สั้นๆ คือหมดหล่อกันไปถ้วนหน้า

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกคนจำได้ว่า พี่เอทำผมชี้ๆไว้บนหัวราวกับหลุดมาดท่านชายอองเดร วอร์ริเออร์จากศึกนิรันดร์มาก็ไม่ปาน ส่วนพอลบีนั้นก็ใส่เสื้อยืดกางเกงสามส่วน โชว์ผิวขาวน่าเจี๊ยะ ส่วนซุยนั้นแต่งตัวเหมือนมาซัมเมอร์ฤดูร้อนก็ไม่ปานใส่เสื้อชายหาดสีชมพูลายดอกดวงเบ้อเริ่ม

แต่ตอนนี้กลับมานั่งหน้ามุ่ยเหมือนหมาไม่ได้ฉีดวัคซีนประจำปี  ที่สำคัญยังต้องมานั่งฟังเสียงสาวๆหัวเราะท้องคัดท้องแข็งที่เห็นสภาพของพวกเขาเป็นอย่างงี้ จนพาลนึกไปถึงเรื่องโครงการเร่งรัดส่องกบของพี่จิ้งที่สอนไปเมื่อสายๆ

"เอ้านี่ข้อง สุ่ม ไฟฉาย ปี๊บ กิ่งไม้ เบ็ด แห ถุงหนอน" พี่จิ้งพูดๆแล้วยัดของพวกนี้ใส่มือของทั้งสามคน ที่มองหน้ากันเลิกลั่ก "เดี๋ยวก่อนครับพี่น้องจิ้ง นี่พี่ดึงผมมาจะให้พวกผมไปไหนเนี่ย" ซุยกับพี่เอถาม "บ๊ะ ไอ้นี่...ก็วันนี้พี่กะจะโชว์ฝีมือการทำอาหารยังไงเล่า กบย่างเนี่ยมันแซ่บสุดๆเลยนะ อ่ะไปจับมา" พี่จิ้งบอกตัดบทแล้วโยนอุปกรณ์ทั้งหมดให้รับไป

"เอ่อ พี่จิ้งครับ พวกทำไม่เป็นหรอก" พอลบีบอก "ปกติผมกินแต่มาม่าเป็นซองครับ ยังไม่เคยออกไปจับกบซะที แล้วนี่ผมก็เตรียมมาม่ามาเป็นลังเลยนะครับพี่" พี่เอเสริมให้พี่จิ้งเลิกล้มความคิดนี้ "เฮ้ย แค่จับกบเอง ไม่ตายหรอกน่า แล้วดูพอลบีกับซุยปกติก็ชอบอยู่ดึก จริงๆแล้วก็จับกบเป็นใช่ม๊า" พี่จิ้งแซว "เย้ย ไม่มีครับ ไม่มี ผมน่ะดูแต่ K-ON! ตะหาก" "เอาเหอะมานี่ทั้งสามคนเลยพี่จะสอนวิธีให้" ชายหนุ่มผู้ไม่รู้ชะตากรรมทั้งสามได้แต่ท้อแท้กับชีวิต และหวังเพียงว่าวิธีของพี่จิ้งคงจะได้ผลนะ

"ไงเอ บอกเฮียมาดิ๊ ว่าได้กบมากี่ตัว" พี่จิ้งถามด้วยความมั่นใจไปยังคนที่เพิ่งมาถึง เขาหมายมั่นปั้นมือไว้เต็มว่าเด็กในโครงการส่องกบของตนเองต้องได้ กบ เขียด กระปอม ปลาช่อน แมงกุ๊ดจี่ หรืออะไรมาบ้างไม่มากก็น้อย...

"ได้บ้าอะไรอ่ะพี่" พี่เอหันไปหยิบข้อง สุ่ม และอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายแหล่ขนาดใหญ่คืนใส่มือพี่จิ้ง ก่อนหันไปประคองพอลบีที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เด็กหนุ่มสีหน้าไม่ค่อยดีนัก นอกจากมีโคลนเต็มตัวแล้วดูเหมือนจะได้บาดแผลที่ขาข้างขวามาด้วย "น้องมันเจ็บขาอ่ะพี่ พอดีล้มตอนไล่จับปลาดุก"

ดูเหมือนว่าการออกหาอาหารครั้งนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะว่าช่วงสายๆบ่ายๆ ทั้งซุย พอลบี และพี่เอ ออกไปหาปลาซึ่งในหน้าแล้งแบบนี้จะหาปลาได้เฉพาะตามแอ่งน้ำแห้งๆเท่านั้น ทั้งสามคนจึงเดินไปที่คันนา และมองหาแอ่งน้ำขังที่ดูแล้วว่ามีปลาอยู่แน่นอน ก่อนช่วยกันแยกย้ายขนดินมาโปะ กั้นเป็นทำนบ แล้ววิดน้ำออกทีละนิด พอลบีหิ้วปี๊บค่อยๆวิดน้ำออกไปจนเหลือน้อย พอที่จะลงไปยืนจากนั้นทั้งสามหนุ่มก็เฮกัน ลงไปจับปลา

แต่ทีไหนได้ พี่เอที่กำลังดีใจเพราะจะได้โชว์ฝีมือการเป็นเกษตรกรเต็มขั้น กลับต้องพลาดท่าเสียที โคลนลื่นๆ เพราะเฮียแกสะดุดหกล้มหน้าคะมำไปกับโคลนชนิดความหล่อที่สั่งสมมาละลายหายไปในพริบตา พอลบีที่เห็นดังนั้นก็เลยหวังจะไปช่วย แต่ก็เหยียบพลาดไปโดนปลาดุกเลยไถลลื่นไปอีกคน มิหนำซ้ำลื่นไปทับพี่เออีกตะหาก ทำให้พี่เอร้องดัง “แอ้กกกก” ปานไก่โดนทับ เหนื่อยให้ซุยต้องดึงสองคนนั้นขึ้นมาจนตัวเองก็มีสภาพไม่ต่างไปจากลูกหมาจริงๆ

"เอ่อ..." พี่จิ้งยืนอึ้งพูดไม่ออกขณะที่ทุกคนกรูกันเข้าไปหาพอลบีด้วยความห่วง "เจ็บมากไหม..." หลินถามด้วยความสงสารจับใจเมื่อเห็นบาดแผลบนขาข้างขวาเป็นทางยาว "เอ่อผมว่า เดี๋ยวก็คงไม่...." พอลบีเอ่ย "น่าสงสาร พี่จิ้งทำงี้ได้ไง" ทรายว่าก่อนจะช่วยประคองพอลบี "นี่ๆ พอลบีคงไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย...." หลินถามด้วยความกังวล "ท่าทางจะเจ็บน่าดูเลย ดูสิ ขาบวมด้วยอ่ะ" เมว่าพลางชี้ไปที่ขาของพอลบี

"โอ้ย ไอ้หมา!! แขนแกเป็นแผล" เครสว่าพลางรีบไปดึงตัวน้องชายสุดที่รักมาดู "พี่เอ!!!!" เสียงของเจตวาดลั่นเหมือนฟ้าผ่าสั่นสะเทือนประสาทหูพี่เอไปถึงสมอง "นี่เป็นพี่ประสาอะไรทำไมดูแลน้องไม่ดีเลย แถมตกบ่อโคลนอีก ดับอนาถแท้ๆ..." เจว่าพลางช่วยประคองพี่ชายตัวเองที่สภาพเละจนดูแทบไม่ได้ ก่อนจะเริ่มเทศน์ยาวอีกเป็นชุด "นี่มันยิ่งกว่าบ่อโคลนอีกพี่เจ..." พอลบีว่าขณะที่หลินและคนอื่นๆช่วยกันพยุงให้พอลบีนั่งลง "พี่จิ้งต้องรับผิดชอบนะ" เมว่าขณะที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่!!! จิ้งต้องระ...." ทรายว่าพลางหันไปมองตัวต้นเหตุจุดที่พี่จิ้งเคยยืนอยู่แต่บัดนี้ไม่หลงเหลือแม้แต่เงา...

"แล้วนี่เมื่อไหร่มันจะถึงฮะ… ร้อนก็ร้อน" คุณหนูไร้เดียงสาจากกรุงเทพอย่างรีรีสบ่นไม่หยุดมาตลอดทาง ทำให้ทุกคนต้องอุดหู เสียงบ่นกระปอดกระแปดเป็นหมีกินผึ้ง ทำให้ความดันอู๋ขึ้นเป็นเงาตามตัว "โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก เมื่อไหร่เจ๊จะหยุดพูดเนี่ย คนอื่นเขาก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ไม่น่าชวนมาร่วมทริปเล้ย" อู๋พูด ทำเอารีรีสปรี๊ดแตก "แกว่าไงฮะ" ยกสองกำลังจะเริ่มอีกแล้ว - -

"พอเหอะ อีกสักแป๊บเดี๋ยวก็ถึงแล้ว รีรีสก็ใจเย็นหน่อย บอกแล้วไงอยู่บอร์ดไวท์โรดต้องอดทน" สิชาบอกแล้วทำหน้าเอือมระอา หันไปบอกกับบีบี "พวกนี้มันตีกันตั้งแต่รู้จักกัน กี่ปีผ่านไปมันก็ยังกัดกันอยู่" สิชาแอบเศร้าใจเล็กๆกับชะตากรรมตัวเอง "เอาน่า.... เขาว่าทะเลาะกันบ่อยๆจะรักกัน สองคนนั้นอาจจะเป็นคู้แท้ก็ได้" บีบีบอกเหมือนเป็นเรื่องปกติ...

ปอมที่เงียบอยู่นานหลังจากพาเพื่อนๆไปเที่ยวจันทบุรีโดยไม่ได้วางแผน ก็เอ่ยขึ้นว่า "ถ้าสองคนนั้นเป็น soul mate กันจริงๆ ผมว่าโลกคงถึงการแตกดับแน่นอนฮะ" พูดจบปอมก็ลบรังสีตัวเองออกไปยืนอยู่มุมมืด ทิ้งให้สิชางงเป็นไก่ตาแตก

ระหว่างนั้นสิชาก็หันไปมองคนอื่นๆว่าทำอะไรกันอยู่บ้าง

แพนกับคิลกับนั่งเสวนาถึงการศึกษาในอนาคต "เราว่าถ้าคิลคิดจะเอนท์เข้าที่...(ติ๊ด)...เซ็นเซอร์..มันใช้คะแนนสูงมากเลยนะ ต้องตั้งใจล่ะ แต่เราว่าไอ้ระบบ O-Net นี่มันเฮงซวย งี่เง่า #@!$%^&* ......."

ส่วนออฟ แพม ป้อ กำลังนั่งตั้งวงเล่นไพ่บารามอส พลางสะกิดเรียเจ็นซ์ที่กำลังหลับอยู่ว่า "เจ็นซ์ๆ ไพ่บารามอสขาดขานึงสนใจไหมๆ" เรียกให้สาวน้อยตาสว่างทันที พอเหลียวหลังกลับไปหาอู๋ ก็เห็นอู๋ใกล้จะอกแตกตายกับรีรีสอยู่รอมร่อ แล้วอย่างนี้การเดินทางมันจะไปรอดมั้ยเนี่ยสิชาได้แต่หวังเศร้าๆ พี่เครสขาช่วยสิชด้วย T T

(to be continued....)

 

คำเตือน เอนทรีนี้ไม่เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่ไม่รู้จักความบ้าเกิน "คน" ของเจ้าของบล็อค 55+

ปล. รักคนอ่านนะ > < 

ปล2. คนอยู่บอร์ดไวท์ไม่อ่านนะน่าดู แง่งๆ